กระชาย ข้อมูลทางพฤกษศาสตร์ ชื่อวิทยาศาสตร์ Boesenbergia rotunda (Linn.) Mansf., Boesenbergia pandurata (Roxb.) Schltr., Gastrochilus panduratus Ridl. ชื่อวงศ์ Zingiberaceae ชื่ออังกฤษ - ชื่อท้องถิ่น กะแอน, ขิงทราย, จี๊ปู่, ซีพู, เป๊าะซอเร้าะ, เป๊าะสี่, ระแอน, ว่านพระอาทิตย์
หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ 1. ฤทธิ์ขับลม กระชายมีน้ำมันหอมระเหยซึ่งฤทธิ์ขับลม 2. ฤทธิ์ลดการบีบตัวของลำไส้ กระชายสามารถลดการบีบตัวของลำไส้หนูที่ตัดแยกจากลำตัว (2-5) โดยใช้สารกระตุ้น 4 ชนิด คือ acetylcholine, histamine, barium chloride และ dimethyl-4-phenyl-piperaziniumiodide (DMPP) จึงลดอาการปวดเกร็งได้ 3. สารสำคัญในการออกฤทธิ์ลดการบีบตัวของลำไส้ กระชายมีสาร cineole มีฤทธิ์ลดการบีบตัวของลำไส้ จึงลดอาการปวดเกร็ง 4. ฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย สาเหตุอาการแน่นจุกเสียด สารสกัดกระชายมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย E. coli ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของการแน่นจุกเสียด 5. ฤทธิ์ลดการอักเสบ สาร 5,7-dimethoxyflavone จากกระชาย มีฤทธิ์ลดการอักเสบ โดยยับยั้งการสังเคราะห์ postaglandin 6. การทดสอบความเป็นพิษ จาก Hippocratic screening เมื่อใช้ dimethoxy flavone ในขนาด 3 กรัม/กิโลกรัม (10เท่าของขนาดรักษาการอักเสบ) พบพิษต่ำมาก และไม่พบพิษในหนูถีบจักร ขณะที่ทำการสังเกตใน 7 วัน ในขนาดที่มากขึ้น คือ 1.26 กรัม/กิโลกรัม จะลดการหายใจ และอุณหภูมิร่างกาย เนื่องจากการกดประสาทส่วนกลาง 7. ไม่มีฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์
สารสกัดรากกระชายกับน้ำร้อนและน้ำ ในขนาด 0.5 ซี.ซี./disc ไม่พบฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ต่อ B. Subtilis ทั้ง 2 สายพันธุ์ H-17 (Rec+) และ M-45 (Rec-) รวมทั้งเมื่อใช้น้ำคั้นจากรากสด ก็ไม่พบฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์เช่นกัน
การใช้กระชายรักษาอาการแน่นจุกเสียด นำเหง้าแห้งประมาณครึ่งกำมือต้มเอาน้ำดื่ม
|
|