มีหลายปัจจัยเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคกระดูกและข้อ อาหารก็เป็นส่วนหนึ่ง
อาหารอาจมีผลต่อสุขภาพกระดูกและข้อแบบตรงไปตรงมาคือ ทำให้คุณอ้วน น้ำหนักเกินมาตรฐาน กระดูกและข้อต้องรับน้ำหนักส่วนเกินจนเสื่อมสภาพ เช่นว่ามันมีสารบางชนิดที่สามารถตกผลึกในข้อ หรืออาจทำให้เกิดการแพ้แบบเฉพาะเจาะจง ออกอาการอักเสบที่ข้อ
ผมขอกล่าวถึงสารพิวรีนในอาหารกับโรคข้ออักเสบที่เรียก "เกาต์" ก่อนเป็นอันดับแรก
สารพิวรีน-โรคเกาต์
โรคเกาต์เป็นตัวอย่างอันดี ที่แสดงให้เห็นอิทธิพลของอาหารต่อสุขภาพกระดูกและข้อ
โรคเกาต์เป็นโรคปวดข้อ ข้อบวมอักเสบอันเป็นผลมาจากความผิดปกติ ของกระบวนการเผาผลาญสารพิษชนิดหนึ่งชื่อ "พิวรีน" ทำให้มีการสะสมของผลึกของกรดยูริกอยู่รอบข้อต่างๆ
ความสัมพันธ์ระหว่างพิวรีน กรดยูริกและการเกิดโรคเกาต์ค่อนข้างซับซ้อน ขออนุญาตอธิบายแบบง่ายๆ โดยให้คุณลองจินตนาการดูว่าตามปกติข้อมือข้อเท้าที่มาสัมผัสกัน มีน้ำไขข้อช่วยหล่อลื่น ช่วยลดแรงเสียดทาน ข้อขยับสะดวกไม่ติดขัด
แต่หากวันหนึ่ง ในน้ำเกิดมีเศษแก้วคมกริบขนาดเล็กเข้าไปผสมอยู่จำนวนมาก เวลาคุณยืดนิ้วให้ตรง เศษแก้วเล็กๆ เหล่านั้นก็จะกรีดเข้าไปในเนื้อเยื่อรอบข้อ เจ็บปวดแค่ไหนคงเดาได้ เศษแก้วเล็กๆ ที่เปรียบเทียบนี้ คือผลึกคมของกรดชนิดหนึ่งชื่อ กรดยูริกครับ เจ้ากรดตัวนี้หากสะสมจนมีปริมาณเข้มข้นในน้ำไขข้อ มันก็จะตกผลึกเป็นเม็ดทรายในข้อ ทำให้เกิดข้ออักเสบแบบเกาต์
กรดยูริกมาจากไหน?
กรดยูริกเกิดจากกระบวนการทางเคมีในร่างกายเรานี่เอง ถ้าพูดให้ลึกอีกนิดก็ต้องบอกว่า สาเหตุของโรคข้ออักเสบนี้ เกิดจากความผิดปกติของกระบวนการเผาผลาญสารพิวรีน ซึ่งเป็นองค์ประกอบของกรดนิวคลีอิค (nucleic acid) ทำให้มีการสะสมของสารโมโนโซเดียมยูเรต หรือที่เรียกว่า ผลึกของกรดยูริกในเลือดสูงมากขึ้น
สรุปง่ายๆ ว่าข้ออักเสบแบบเกาต์เพราะมีกรดยูริกมาก กรดยูริกมาจากสารพิวรีน
ดังนั้นผู้ป่วยโรคเกาต์จึงต้องหลีกเลี่ยงอาหารที่สารพิวรีน คนธรรมดาต้องเลี่ยงสารพิวรีนหรือไม่ ?
สัตว์ส่วนใหญ่ร่างกายมีความสามารเปลี่ยนกรดยูริกให้เป็นอัลลันโทอิน (allantion) ซึ่งละลายน้ำได้ดีและขับออกจากร่างกายง่าย จึงไม่เคยป่วยเป็นโรคข้ออักเสบชนิดเกาต์ คนและลิงบางชนิดไม่มีความสามารถเช่นว่าทำให้การขับกรดยูริกมีขีดจำกัด คือจำกัดได้เพียงครั้งละเล็กน้อยทางปัสสาวะ แต่ถึงแม้จะกำจัดกรดยูริกได้น้อย คนปกติก็สร้างกรดยูริกขึ้นมาน้อย จึงอยู่ได้สบายดี
ดังนั้น คนทั่วไปหรือคนที่เป็นโรคกระดูกและข้อชนิดอื่น จึงไม่จำเป็นต้องระวังการบริโภคสารพิวรีน
มีเพียงบางคนเท่านั้น (เชื่อกันว่าเป็นพวกที่มีลักษณะพันธุกรรมบกพร่อง) ร่างกายจะเปลี่ยนพิวรีนให้เป็นกรดยูริกมากกว่าคนธรรมดา เมื่อคนพิเศษกลุ่มนี้กินอาหารที่มีพิวรีนสูงเข้าไปทุกวัน แต่ขับยูริกได้เพียงวันละเล็กน้อย ยิ่งอายุมากขึ้น กระแสเลือดยิ่งอิ่มเอมไปด้วยกรดยูริก รอวันตกผลึกโรคเกาต์เผยตัว
โรคเกาต์เริ่มที่ข้อนิ้วเท้า
โดยทั่วไป ความสามารถในการละลายของกรดยูริกในกระแสเลือด ที่อุณหภูมิร่างกายอยู่ราว 6.8 มิลลิกรัม/เดซิลิตร แต่อุณหภูมิที่หัวแม่เท้า จะต่ำกว่าอุณหภูมิร่างกาย กรดยูริกจึงละลายได้น้อยกว่า คือเพียง 4 มิลลิกรัม/เดซิลิตร
ดังนั้นกรดยูริกจึงพร้อมใจกันตกผลึกที่ข้อหัวแม่เท้าก่อนข้ออื่นๆ ทำให้มีอาการตึง ร้อนและบวมที่ข้อ และอาจมีไข้ต่ำร่วมด้วย โรคเกาต์จัดว่าเป็นโรคทางพันธุ์กรรมชนิดหนึ่ง และจะเกิดในเพศชายมากกว่าเพศหญิง ในเพศชายจะเริ่มแสดงอาการเมื่ออายุมากกว่า 35 ปี ส่วนในเพศหญิงพบได้น้อยมาก แต่ถ้าเป็นโรคเกาต์ ปกติแล้วจะปรากฏอาการหลังหมดประจำเดือน
คนเป็นโรคเกาต์ จึงต้องระวังอาหารที่มีพิวรีนสูง
อาหารพิวรีนสูง
กรดยูริกจะเพิ่มมากหรือน้อย ส่วนหนึ่งขึ้นกับชนิดอาหารและปริมาณที่กิน คนที่เป็นโรคเกาต์หรือมีแนวโน้มจะเป็นโรคเกาต์เพราะประวัติพ่อแม่ พี่น้องเป็นเกาต์จึงต้องเลือกอาหารให้ดี
สูง - อาหารที่มีพิวรีนสูง คือในระดับ 150 มิลลิกรัมขึ้นไป ต่อเนื้ออาหาร 100 กรัม ได้แก่ เครื่องในสัตว์ ปลาซาร์ดีน ตับ ไต น้ำสกัดจากเนื้อ น้ำต้มกระดูก
ปานกลาง - อาหารที่มีพิวรีนในระดับปานกลาง หรือ 50-150 มิลลิกรัมต่อเนื้ออาหาร 100 กรัมได้แก่ เนื้อไก่ ปลา อาหารทะเล หน่อไม้ฝรั่ง ผักโขม ถั่วต่างๆ เห็ด กะหล่ำดอก
ต่ำ - อาหารพิวรีนต่ำ ในระดับ 0-15 มิลลิกรัม ต่อเนื้ออาหาร 100 กรัมได้แก่ผักเกือบทุกชนิด ผลไม้ น้ำนม เนยแข็ง ไข่ เมล็ดข้าวต่างๆ ที่เอาเปลือกออก แป้งยกเว้นแป้งสาลี
ข้อมูลดังข้างต้นได้จากการศึกษาของสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดลครับ มีประโยชน์อย่างยิ่งกับผู้ป่วยโรคข้ออักเสบชนิดเกาต์ เพราะผู้ป่วยโรคข้ออักเสบชนิดเกาต์เพราะผู้ป่วยต้องควบคุมอาหาร โดยลดอาหารที่มีพิวรีนสูงลง เรียกว่าไม่จำเป็นอย่าทานโดยเด็ดขาด
มังสวิรัติ-ทางเลือกที่ดี
หากผู้ป่วยทานอาหารกึ่งมังสวิรัติ ทานไข่ นม เป็นแหล่งโปรตีน ทานผักผลไม้ให้มากร่วมกับทานยาขับกรดยูริกสม่ำเสมอ ท่านก็จะห่างไกลอาการปวดทุรนทราย เพราะอาหารมังสวิรัติมีพิวรีนค่อนข้างต่ำ หรือปานกลาง
เหล้าเบียร์ ทำให้กรดยูริกในเลือดสูงขึ้น คนที่ปวดข้อภายหลังดื่มเบียร์ ค่อนข้างมั่นใจได้ว่าเป็นเกาต์ อาจเพราะมีการเพิ่มของสารแลคเตทในเลือด จึงไปยับยั้งการขับกรดยูริกทางไต
อาการปวดข้อแบบเกาต์นี้ จะไม่ร้ายแรงหากได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม แพทย์อาจสั่งยาลดกรดยูริกในเลือดและยาป้องกันการอักเสบของเนื้อเยื่อรอบข้อ ก่อนที่จะมีอาการ ผู้ป่วยต้องรับประทานอย่างสม่ำเสมอ
ในผู้ป่วยโรคเกาต์ทุกระยะนั้น การควบคุมอาหารเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง แต่มิได้หมายความว่าจะต้องให้อดอาหาร เพราะการอดอาหารไม่ได้ ช่วยให้อาการของโรคลดลงแต่กลับทำให้มีความรุนแรงมากขึ้น
การจัดอาหารควรจัดให้หลากหลาย แต่เลือกชนิดที่มีพิวรีนต่ำเป็นหลัก คาร์โบไฮเดรตในปริมาณสูงจะช่วยในการขับกรดยูริกออก ส่วนโปรตีนในปริมาณปายกลางจะไม่มีผล หรือมีผลน้อยมากต่อกรดยูริก แต่ถ้าทานอาหารไขมันสูงจะทำให้กรดยูริกถูกขับออกช้าลง ส่งเสริมให้เกิดอาการมากขึ้น ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงขาหมู หมูสามชั้น เสือร้องไห้ ฯลฯ
ชา กาแฟ และเครื่องดื่มรสโกโก้ มีสารกาเฟอีน ทีโอฟิลิน และทีโอโบรไมด์ ซึ่งจะถูกร่างกานเปลี่ยนแปลงเป็นสารจำพวกยูริก เรียก "เมธิลยูเรต" แต่จะไม่สะสมตามเนื้อเยื่อรอบข้อต่อ ดังนั้น เครื่องดื่มเหล่านี้จึงไม่ใช่สิ่งต้องห้าม สำหรับผู้ป่วยโรคเกาต์
ข้ออักเสบชนิดเกาต์ เป็นโรคเรื้อรังที่ควบคุมได้ หากใส่ใจอาหารการกินครับ
|
|