|
สมุนไพรจัดการกับความเครียด

สำหรับพวกเราหลายคนแล้ว ความเครียดเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เคล็ดลับการจัดการกับความเครียดก็คือเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับมัน สารลดความเครียดจากธรรมชาติ เช่น โสมวาเลอเรียน (valerian) และคาว่า (kava) จะช่วยให้ร่างกายของคุณจัดการกับความเครียดได้ดีขึ้น
มีเหตุหลายประเภทที่ทำให้เกิดความเครียดซึ่งมีตั้งแต่เหตุการ์แห่งความสุข เช่น กำเนิดบุตรจนถึงความเศร้าโศกที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก การเปลี่ยนแปลงของชีวิตในเรื่องที่สำคัญก็จัดเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดความเครียดมากที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิตของคน ๆ หนึ่ง ภาวะทางจิตใจ เช่น ความวิตก กังวล ความโกรธ หรือความไม่แน่ใจก็อาจทำให้เกิดความเครียดได้ เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีความเครียดอีกปลายประเภทที่คนทั่วไปอาจนึกไม่ถึงว่าทำให้เกิดความเครียดได้เช่นกัน เช่น การอดนอน การผ่าตัด การจำกัดแคลอรี่ การเล่นกีฬามากเกินไป หรือการสัมผัสกับอุณหภูมิร้อนจัดหรือเย็นจัด
ปฏิกิริยาตอบโต้ของร่างกาย
เมื่อร่างกายพยายามปรับตัวให้สามารถรับความเครียดได้ ภาวะทางร่างกายหลายอย่างจะเกิดขึ้นเช่น ระหว่างเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดความเครียดมาก ๆ หรือเผชิญอันตราย ร่างกายจะหลั่งสารเคมีออกมาจากปลายประสาทและต่อม แอดรีนัล ซึ่งทำให้เกิดการตอบสนองแบบ "สู้หรือหนี"ในการตอบสนองต่อสัญญาณจากสมอง ต่อม แอดรีนัล จะหลั่งฮอร์โมนที่เรียกว่า คอร์ติซอล ออกมา ฮอร์โมนชนิดนี้มักพบว่ามีระดับสูงขึ้นในผู้ที่มีความเครียดเรื้อรัง เมื่อระดับคอร์ติซอลสูงขึ้น DHEA (ฮอร์โมนอีกชนิดหนึ่งที่หลั่งออกมาจากต่อมแอดรีนัล) จะมีระดับต่ำลง ความไม่สมดุลของฮอร์โมนดังกล่าวมีส่วนทำให้การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันลดต่ำลง ตัวอย่างเช่น ระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล ที่สูงอาจทำให้การทำงานของเซลภูมิคุ้มกันจากธรรมชาติลดน้อยลงเซลภูมิคุ้มกันเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการต่อต้านการติดเชื้อและการทำลายเซลมะเร็ง
การบำบัดความเครียด
มีสารอาหารและสมุนไพรหลายชนิดที่พบว่าช่วยทำให้ร่างกายสามารถปรับตัวรับความเครียดทางกายภาพและทางอารมณ์ได้ดีขึ้น สารอาหารและสมุนไพรที่มีผลการศึกษาวิจัยสนับสนุนว่าให้ผลดีที่สุดได้แก่
โสม ทั้งโสม Panax (Panax gineng) และโสมไซบีเรียน (Eleutherococcussenticosus) ถูกเรียกว่า สารช่วยปรับตัว (adaptogens) เนื่องจากช่วยให้ร่างกายปรับตัวรับความเครียดได้การศึกษาทดลองในสัตว์หลายครั้งพบว่าโสม Panax สามารถกระตุ้นส่วนของสมองซึ่งจะไปกระตุ้นต่อมแอดรีนัลให้หลั่งฮอร์โมนต่าง ๆ เช่นคอร์ติซอล เพื่อตอบสนองต่อความเครียดและเมื่อคอร์ติซอลในร่างกายมีระดับสูงสมุนไพรชนิดนี้จะสามารถป้องกันปฏิกิริยาตอบสนอง ของร่างกายที่มากเกินไป นี่คือการทำงานของสารช่วยปรับตัว สารดังกล่าวช่วยให้ปฏิกิริยาตอบสนองต่อความเครียดของร่างกายเป็นปกติ ดังนั้นถ้าระดับของฮอร์โมนบางชนิดต่ำเกินไป สารช่วยปรับตัวก็จะทำงานมากขึ้นและถ้าระดับของฮอร์โมนสูงมากเกินไป สารช่วยปรับตัวจะช่วยลดปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายกลับสู่ภาวะสมดุลการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับโสมไซบีเรียนและความเครียดส่วนใหญ่จะดำเนินการโดยนักวิจัยชาวรัสเซีย ในการศึกษาที่ใช้อาสาสมัครที่มีสุขภาพดีมากกว่า 2,000 คนที่มีอายุมากกว่า 19-72 ปี หลายครั้งพบว่าการใช้สารสกัดจากโสมช่วยให้ความสามารถในการตอบสนองต่อภาวะร่างกายที่ไม่ปกติดีขึ้นและช่วยให้การทำงานของสมองและคุณภาพของการทำงานภายใต้ภาวะที่ทำให้เกิดความเครียดดีขึ้นด้วย
แอชวาแกนธา (Ashwagandha หรือชื่อทางพฤกษศาสตร์ Withania somnifera) หรือที่มักเรียกกันว่าโสมอินเดียและเป็นสารช่วยปรับตัวที่สำคัญที่สุดชนิดหนึ่งในการแพทย์แผนอายุรเวท เมื่อให้สัตว์ที่อยู่ในภาวะทดลองกินสมุนไพรดังกล่าว พบว่าสมุนไพรชนิดนี้สามารถต่อต้านปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายที่มีต่อความเครียดได้ เช่น การหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลและการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำตาลในเลือด การฉายรังสีและเคมีบำบัดเป็นการบำบัดรักษาโรคมะเร็งที่ทำให้ร่างกายเกิดความเครียดอย่างมากโดยเฉพาะที่เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน จากการศึกษาพบว่าโสมอินเดียจะช่วยเพิ่มปริมาณเซลเม็ดเลือดขาว เซลเม็ดเลือดแดงและจำนวนเกร็ดเลือด (platelet) ซึ่งตามปกติจะลดลงเมื่อรับการบำบัดรักษาด้วยวิธีดังกล่าว
เมื่อคนเราตกอยู่ในความเครียดเรื้อรังติดต่อกันเป็นเวลานาน ต่อมแอดรีนัลอาจ "หมดแรงทำงาน" และแทนที่ระดับของฮอร์โมนคอร์ติซอลจะสูง ก็กลับต่ำจนทำให้คนคนนั้นไม่สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความเครียดได้ดี ภาวะเช่นนี้ยังอาจเกิดขึ้นได้ถ้าคนคนนั้นรับประทานยาประเภทสเตียรอยด์ที่มีผลยับยั้งการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน เช่น ยาเพรนนิโซน (ยาประเภทสเตียรอยด์ที่มีคุณสมบัติคล้ายยาคอร์ติโซน) ติดต่อกันเป็นเวลานาน
ไทโรซีน เป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่อาจมีประโยชน์ในการรักษาภาวะความเครียดเฉียบพลัน เช่น เมื่อคุณเข้าสอบความเครียดจะทำให้สารเคมีที่สำคัญในสมอง (สื่อนำประสาท) ได้แก่ นออีพิเนฟรีน (norepinephrine) และโดพามีน (dopamine) ถูกใช้หมดไปซึ่งพบว่าอาจเป็นผลให้ระดับการทำงานของสมองลดลงเมื่อให้ผู้รับการทดสอบรับประทานไทโรซีน ก็พบว่าสื่อ นำประสาทในสมองมีจำนวนเพิ่มขึ้นและการทำงานของสมองดีขึ้น เช่น ความจำดีขึ้นภายใต้สถานการณ์ที่ทำให้เกิดความเครียดต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงการอดนอน การฝึกทหาร การสัมผัส อากาศเย็นจัด และการได้ยินเสียงรบกวน
ฟอสฟาไทดิลซีรีน (phosphatidylserine) พบว่าช่วยลดความเครียดทางกายที่เกิดจากการออกกำลังกายมากเกินไป การออกกำลังกายมากเกินไปอาจทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลออกมาเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังพบว่าสารสกัดฟอสฟาไทดิลซีรีนจากน้ำมันถั่วเหลืองช่วยลดการหลั่งคอร์ติซอลออกมามากเกินไปในผู้ที่ออกกำลังกายมากเกินไป นอกจากนี้ผู้รับการทดสอบ ยังมีอาการปวดกล้ามเนื้อและอารมณ์ซึมเศร้าน้อยลง (อาการที่เกิดขึ้นร่วมกับความเครียดที่เกิดจากการออกกำลังกายมากเกินไป)
สเตอรอล หรือ "ไขมันจากพืช" ซึ่งเทียบเท่ากับโคเลสเตอรอลในสัตว์ สารชนิดนี้มีผลดีหลายประการต่อสุขภาพของมนุษย์ สารสเตอรอลที่พบมากที่สุด คือ เบต้า ซิโตสเตอรอล (beta sitosterol) ซึ่งเคยนำมาใช้ทดสอบในนักวิ่งมาราธอน สเตอรอลให้ผลเช่นเดียวกันสารฟอสฟาทิดิลซีรีนในการป้องกันไม่ให้ระดับคอร์ติซอลในร่างกายสูงขึ้นในนักวิ่งมาราธอน อันจะ ช่วยป้องกันไม่ให้การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันถูกยับยั้งซึ่งตามปกติมักจะเกิดขึ้นระหว่างการวิ่งมาราธอน นักวิ่งที่ได้รับสเตอรอลจากพืชจะไม่มีปัญหาเซลเม็ดเลือดแดงและเซลเม็ดเลือดขาวลดลงเหมือนกลุ่มที่ให้รับประทานยาหลอก
สมุนไพรที่ช่วยลดความวิตกกังวล ความเครียดมักจะทำให้เกิดความรู้สึกวิตกกังวลในช่วงสั้น ๆ หรืออย่างต่อเนื่อง มีสมุนไพรหลายชนิดที่อาจช่วยลดความวิตกกังวลและช่วยให้หลับดีขึ้น ได้แก่ วาเลอเรียน คาว่า ฮ้อปส์ คาโมไมล์ แพสชั่นฟลาเวอร์ เลมอนบาล์ม และสกัลแค้ป วาเลอเรียนและคาว่าเป็นสมุนไพรที่มีการวิจัยสนับสนุนว่าสามารถบรรเทาความวิตกกังวลได้ดีที่สุด
คาว่า (Piper methysticum) ให้ผลที่สามารถเปรียบเทียบได้กับยาลดความวิตกกังวลที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในกลุ่มเบนโซไดอาซีพีน ในการศึกษาครั้งหนึ่งผู้ศึกษาได้ให้กลุ่มทดลอง174 คน ออกเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกให้รับประทานคาว่าในปริมาณ 300 มิลลิกรัมต่อวัน(ในรูปมาตรฐานที่มีส่วนประกอบของคาว่าแลคโทน 70%) และอีกกลุ่มหนึ่งให้รับประทานยาในกลุ่มเบนโซไดอาซีพีนชนิดใดชนิดหนึ่งระหว่างโอซาซีแพมหรือโบรมาซีแพม ผลปรากฎว่าคาว่าใช้ได้ผลดีเช่นเดียวกับยาทั้งสองชนิดนั้นโดยไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียงหรือแนวโน้มที่จะเสพติดเหมือนยากลุ่มเบนโซไดอาซีพีน นอกจากนี้มีการศึกษาหลายครั้งพบว่าคาว่าไม่ได้ทำให้เวลาของปฏิกิริยาตอบสนองหรือการทำงานของสมองลดลง ในการศึกษาครั้งหนึ่งพบว่าสมุนไพรชนิดนี้กลับช่วยให้การทำงานของสมองและเวลาของปฏิกิริยาตอบสนองดีขึ้นด้วยซ้ำ
วาเลอเรียน (Valeriana officinalis) อาจช่วยได้ในกรณีที่ความเครียดทำให้คุณหลับไม่ดีในการศึกษาขนาดเล็กครั้งหนึ่งพบว่าสารประกอบที่มีส่วนผสมของวาเลอเรียน (160 มิลลิกรัม) และเลมอนบาล์ม (80 มิลลิกรัม) ใช้ได้ผลดีเหมือนยานอนหลับ Halcion ที่ออกฤทธิ์แรงโดยไม่ทำให้ง่วงในเวลากลางวันและซึมไม่กระปรี้ กระเปร่า เหมือนในกลุ่มที่รับประทานยา Halcion นอกจากนี้ยังอาจรับประทานวาเลอเรียนในระหว่างวันเพื่อลดความวิตกกังวลได้ด้วย
|